ติดตามบ้าน 1 หลัง ตั้งแต่ที่ดินเปล่า จนถึงวันส่งมอบ
ตอนนี้บ้านเริ่มดูเรียบร้อยขึ้นจากงาน ฉาบปูน แต่สิ่งสำคัญกว่าคือสิ่งที่ "ซ่อนอยู่ในผนัง" ก่อนฉาบ — งานระบบไฟฟ้าและประปา เพราะเมื่อฉาบปิดแล้ว การแก้ไขหมายถึงการทุบผนัง
1. งานระบบก่อนฉาบ (ลำดับสำคัญ)
ต้องเดินงานระบบให้เสร็จ ก่อน ฉาบปูนเสมอ:
- ท่อร้อยสายไฟ + กล่องไฟ ฝังในผนังตามตำแหน่งปลั๊ก-สวิตช์
- ท่อประปา (น้ำดี) เดินแนวเข้าจุดใช้น้ำ
- ท่อน้ำทิ้ง-น้ำเสีย ได้ความลาดเอียงให้น้ำไหล
2. ฉาบปูน — ได้ดิ่ง ได้ฉาก
งานฉาบที่ดีต้อง จับเซี้ยม (ทำมุมผนังให้คม) และได้ระดับดิ่ง-ฉาก ผนังที่ฉาบไม่ได้ดิ่งจะเห็นชัดตอนปูกระเบื้องหรือติดบิลต์อิน ความหนาฉาบต้องพอดี — บางไปไม่เรียบ หนาไปเสี่ยงแตกลายงา
3. ทดสอบระบบก่อนปิดผนัง
- เทสต์แรงดันท่อประปา อัดน้ำทิ้งไว้ดูว่ามีรั่วซึมไหมก่อนฉาบปิด
- เช็กวงจรไฟ ตำแหน่งครบ สายถูกวงจร ก่อนปิดผนัง
- ถ่ายรูปแนวท่อ-สายไว้ เป็นข้อมูลอ้างอิง (as-built) เผื่อซ่อมในอนาคต
เมื่อผนังเรียบและระบบซ่อนเรียบร้อยแล้ว บ้านก็พร้อมเข้าสู่งานเก็บผิว — ฝ้า กระเบื้อง และสี ในตอนที่ 8
คำถามที่พบบ่อย
ทำไมต้องเดินสายไฟและท่อน้ำก่อนฉาบปูน?
เพราะท่อร้อยสายไฟ ท่อประปา และท่อน้ำทิ้งต้องฝังในผนังแล้วฉาบปิดให้เรียบ ถ้าฉาบเสร็จแล้วค่อยเดินระบบจะต้องกรีดหรือทุบผนัง เดินท่อ แล้วฉาบซ่อม ทำให้เสียเงินและผนังไม่สวย จึงต้องวางแผนตำแหน่งปลั๊ก สวิตช์ ก๊อกน้ำให้ครบก่อนฉาบ
จะรู้ได้ยังไงว่าท่อประปาไม่รั่วก่อนฉาบปิด?
ช่างจะทดสอบด้วยการอัดแรงดันน้ำเข้าระบบท่อแล้วทิ้งไว้สังเกตว่าแรงดันตกหรือมีจุดรั่วซึมหรือไม่ก่อนฉาบปิดผนัง ควรถ่ายรูปแนวท่อไว้เป็นข้อมูลอ้างอิงด้วย เพื่อให้ซ่อมบำรุงในอนาคตง่ายและตรงจุด
ฉาบปูนหนาเท่าไหร่ถึงพอดี?
ความหนาฉาบควรพอดีตามมาตรฐาน โดยทั่วไปประมาณ 1.5–2 เซนติเมตร ฉาบบางเกินไปผิวจะไม่เรียบและคุมระดับยาก ส่วนฉาบหนาเกินไปเสี่ยงแตกลายงาและร่อน สิ่งสำคัญคือการจับเซี้ยมให้ได้มุมคมและฉาบให้ได้ดิ่งได้ฉาก